วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไปเชียงคานมา



หากเอ่ยถึงว่าหากมาจังหวัดเลยแล้วจะไปเที่ยวที่ใด คำตอบซักประมาณ 50% ก็คงจะตอบว่า ภูกระดึง อีก 45% ก็จะตอบว่า ภูเรือและภูหลวง แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า จังหวัดเลยก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น นาแห้ว ภูผาล้อมและอีกมากมาย แต่ที่ที่อยากไปเที่ยวเพื่อความสงบและไปแบบมีความสุขกับความเก่าและย้อนหลังหาอะไรที่ คาสสิกๆ ดูก็คงจะต้องไปที่เชียงคาน
คุณสามารถไปเที่ยวหาความเก่าแก่และมีอารยธรรมที่สวยงาน คุณสามารถไปได้ที่เชียงคาน อาจจะไม่ต้องไปถึงปายก็ได้ เพราะว่าเชียงคานเป็นเมืองที่น่าเทียว และมีอารยธรรมที่เก่าแก่มากมายให้ศึกษา อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ติดแม่น้ำโขง และยังมีถนนชายโขง ซึ่งเป็นถถนสายที่สำคัญและสวยงานอีกด้วย
เชียงคานเป็นอำเภอเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขงสงบเงียบ มีที่พัก ร้านอาหารและบริการล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งโขง นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อของอำเภอคือผ้านวม มะพร้าวแก้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนไม่ควรพลาดที่จะซื้อเป็นของฝากและยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้นักเดินทางได้สัมผัสอีกด้วย

เชียงคาน…ธรรมดาที่พิเศษ เพราะคนจะลงแดงตายจากการไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยในช่วง2-3เดือน วันๆชีวิตมีแต่งาน งานและงาน ครั้นมีเวลาแม้เพียง2วันก็ไขว่คว้า..ทริปสั้นๆง่ายๆไม่ต้องออกแบบก็เริ่มขึ้น “เชียงคาน” จุดหมายที่แอบซ่อนเงียบๆในใจ มาเอะอะจะไป จะไป ก็อีตอนที่พี่ชมไพรโทร.หาเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ขณะที่พี่ชมไพรอยู่ที่..เชียงคาน.. ข้อความประมาณว่า ที่นั่นสงบมาก ที่พักสวย เจ้าของใจดี ค่าที่พัก 400 บาท ยกบ้านให้ครองทั้งหลัง เจ้าของไม่ได้พักที่เกสต์เฮ้าส์ด้วย ฟังๆดูเหมือนเจ้าของจะทำงานศิลปะ ประมาณนั้น ที่พักคือ “ เรือนแรมลูกไม้” … ไม่ใกล้ไม่ไกล ไม่ไปไม่ได้แล้ว..ฉันบอกสมาชิกว่า..ไปเชียงคาน สองเสียงบอกว่าไป ไปไหนก็ได้ขอให้ได้ไป ดูเอาเถอะคนเราไม่สนปลายทาง ความสำคัญอยู่เพียงจุดเริ่มต้น ขอให้ได้ออกนอกเขตเทศบาลเท่านั้นพอ“ทำไมต้องเชียงคาน ที่นั่นมีอะไร “ อีกสาวอยากไปแต่ถามหาหลักการและเหตุผล“ถ้าที่ลาวมีหลวงพระบาง ที่เชียงใหม่มีปาย ที่เมืองเลยก็มีเชียงคาน จะไปมั้ยล่ะ “ 2 กันยา’49 ระยะทางกว่า 257 กม.ทางหลวงหมายเลข 201 เดินททางตามป้าย บังคับเลี้ยวขวาเมื่อถึงทางแยกท่าลี่-เชียงคาน ถ้าไม่มัวเลี้ยวรถตามหนุ่มไหนซะก่อน ก็คงได้ถึงเชียงคานแน่นอนเส้นทางจากขอนแก่นไปเมืองเลยมีช่วงลอดอุโมงค์ต้นไม้ ทางโค้งสวยๆ หมายมาดไว้ว่าขากลับจะเก็บรูปมาให้ได้วิภาเลี้ยวรถเข้าถนนชายโขง เรามองหาเรือนแรมลูกไม้ แต่ไม่เจอ เราอาจเลี้ยวผิดซอย ไม่เป็นไรค่อยมาหาใหม่เรื่องใหญ่ตอนนี้คือ หาที่กินกันก่อน ว่ากันว่ามาเชียงคานต้องทานพล่ากุ้งเต้น..กุ้งสดๆเต้นเห็นๆ กุ้งฝอยชุบแป้งทอด ลาบปลา ต้มยำปลาแม่น้ำโขง ส้มตำแซ่บๆ โอ๊ย..ไปเลยวิภา เหยียบให้จมคันเร่งเลยน้อง ท้องมันหิว“แก่งคุดคู้” แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเชียงคาน ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร ว่ากันว่าเป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ในช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้คือเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะแก่งชัดเจนมีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสสายน้ำโขงและธรรมชาติสองฝั่งอย่างใกล้ชิด ท่าเรือบริเวณลานจอดรถมีบริการเช่าเรือยนต์ล่องแม่น้ำโขงโดยใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะเรามาหน้าฝน แม้จะเป็นวันที่ฝนไม่ตก แต่น้ำโขงก็เต็มฝั่ง สีน้ำเหมือนชาเย็นใส่นม กว้าง ไหลเร็วและแรงเรามองไม่เห็นแก่งฉันว่าแก่งคุดคู้น่าจะมาจาก..แก่งคดโค้งแต่ธิดาบอกว่าน่าจะมาจากเกาะแก่งกลางแม่น้ำที่ทำตัวคุดคู้…อาจต้องขึ้นตัววิ่งใต้จอคอมพ์ว่า..โปรดใช้วิจารณญาณในการฟัง…(อ่าน)
ขับรถกลับเข้าตัวอำเภอ เลาะริมถนนชายโขงอีกครั้งนั่นไงๆถึงแล้ว เรือนแรมLoogmai guesthouse ตอนที่เรามาถึง คุณหน่อยเจ้าของเกสเฮ้าส์กำลังเล่านิทานและสอนเด็กๆวาดรูป ขัดจังหวะความสุขของเด็กๆเล็กๆ คุณหน่อยพาเราขึ้นไปดูห้อง ถูกใจมากๆ ฉันกับธิดาเลือกนอนห้องใหญ่ ส่วนวิภากับรติไม่มีทางเลือกได้นอนห้องเล็ก ต่างกันเพียงขนาดของห้องและราคา แต่ accessories อื่นๆเหมือนกัน ตกลงกันได้ต่างก็แยกย้ายกันเข้าพัก … นอน รอบบ่าย ไม่รู้ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน ง่วงสุดๆวิภาหอบหมอนมานอนบนเตียงด้วยกันกับฉันและธิดา สักพักรติก็หอบหมอนมานอนบนพื้นข้างเตียงนอนกันเป็นปลาทูแดดเดียว รักกันเหนียวแน่น …. บังอรเอาแต่นอน…ตื่นอีกทีบ่ายสี่โมงเย็น … ได้เวลาเดินเล่น…ชมคาน..เอ๊ย! เชียงคานจากที่พักเราเดินเลาะเลียบถนนเล่นๆเรื่อยๆ บ้านเรือนที่เห็นส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สองชั้นบ้าง ชั้นเดียวบ้างเป็นบ้านไทยดูว่าเก่า มีบ้านปูนสมัยใหม่แซมบ้าง ถนนหนทางไม่ค่อยมีรถวิ่งเท่าใดนัก อาจเพราะเป็นถนนชายโขง ไม่ใช่ถนนเมนหลัก ทำให้ถนนสายนี้น่าเดินเล่นเป็นยิ่งนัก เดินไม่ไกลก็ถึงวัดศรีคุณเมือง มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ สร้างในแบบแปลกตา รูปร่างคล้ายโบสถ์ตามวัดภาคเหนือ ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติ จากวัดก็เดินไปตลาดสด หาของทานเล่นติดมือกลับที่พัก โดยเลือกเดินถนนอีกเส้นที่ติดริมโขงซึ่งจะเป็นเส้นหลังเกสเฮ้าส์ เดินไปถ่ายรูปไปเพลินๆ ตอนที่เรากลับถึงที่พักพบว่าประตูบ้านด้านหลังถูกปิด เดินอ้อมไปด้านหน้าเจอข้าวของวางกองไว้หน้าบ้านนั่งเล่นพักเล็กๆเจ้าของบ้านก็มาและบอกเราว่ายกบ้านทั้งหลังไว้ในมือเรา กุญแจที่ได้มีสองดอก หนึ่งคือกุญแจห้อง อีกหนึ่งคือกุญแจบ้าน คุณหน่อยเตรียมจักรยานไว้ให้เรายืมสองคัน คุณสมเกียรติแฟนคุณหน่อยแนะนำร้านอาหารและพูดคุยกับเราอย่างเป็นกันเอง ก่อนจากไป ยกบ้านหลังใหญ่ให้เราสี่คนได้ครอบครอง“ เพียง 300 - 500 บาท ก็ได้เป็นเจ้าของเกสเฮ้าส์หนึ่งคืน…เย้… “ เย็นนี้ มีคนปั่นจักรยานให้นั่ง ตระเวณหาร้านที่คุณสมเกียรติแนะนำ หาจนเจอแต่ร้านปิด ปั่นย้อนกลับทางเดิมไปยังเชียงคานเกสเฮ้าส์ที่มีร้านอาหารชื่อคิดถึง ทั้งร้านมีเพียงพวกเรา อย่าอิจฉาอย่าหิวล่ะถ้ารู้รายการอาหารปลาคังลวกจิ้ม ปลาคังผัดฉ่า ต้มยำปลาแม่น้ำโขง (เดาว่าปลาคัง) และผัดผักบุ้งธรรมดา ที่พอทานแล้วอร่อยไม่ธรรมดา … จากโต๊ะที่นั่งเราสามารถองเห็นแม่ครัวที่กำลังทำอาหารให้เรา โอว์พระเจ้าจอร์จ…อายุรวมกันกว่าสองร้อยปี มีคุณยายผมสีดอกเลา แต่ยังแข็งแรงช่วยทำอาหารด้วย ลงคุณป้าคุณยายเป็นแม่ครัว น่าจะรับประกันได้ถึงความอร่อย … และแม่ครัวทั้งสามท่าน อืมม…สามแม่ครัว ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง อาหารทั้งหมดถูกเราจัดการจนหมดสิ้น ไม่เหลือซากหรือหลักฐานใดให้คุณหมอพรทิพย์พิสูจน์ได้เลย …
สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณ
www.pantown.com/board.php?id=3718&area=1&name=board1&topic=194&action=view
ไว้ด้วที่ให้ข้อมูลมากมาย
แล้วพบกันที่เชียงคาน

1 ความคิดเห็น:

เชียงคาน ลานลม : Chiangkhan Lanlome กล่าวว่า...

มาเที่ยว เชียงคาน อย่าลืมแวะมาชิมกาแฟโบราณที่ "ร้านเชียงคาน ลานลม"และแวะทักทายกันได้ที่ http://www.lanlome.com/

แสดงความคิดเห็น